โตโยต้ากำลังเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี แบตเตอรี่โซลิดสเตต (Solid-State Battery) อย่างเต็มกำลัง โดยปัจจุบันโตโยต้าถือครองสิทธิบัตรเกี่ยวกับเทคโนโลยีนี้มากที่สุดในโลกกว่า 1,338 ฉบับ ซึ่งในจำนวนนี้เป็นสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับ Solid-State Battery โดยตรงมากกว่า 1,000 รายการ โดยโตโยต้าเริ่มพัฒนาโครงการนี้มาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 2012 ด้วยทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญกว่า 200 คน

รัฐบาลญี่ปุ่นไฟเขียว รับรองแผนการผลิต All-Solid-State Battery

กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น (METI) ได้ลงนามอนุมัติและให้การรับรองแผนการพัฒนาและการผลิตแบตเตอรี่เจเนอเรชันถัดไป รวมถึง All-Solid-State Battery ของโตโยต้าอย่างเป็นทางการแล้ว

เพื่อขับเคลื่อนโปรเจกต์นี้ให้เกิดขึ้นจริง โตโยต้าได้จับมือกับ Idemitsu Kosan ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานของญี่ปุ่น ในการสร้างโรงงานนำร่องเพื่อผลิตสารอิเล็กโทรไลต์แบบของแข็ง (Sulfide Electrolyte) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของแบตเตอรี่ชนิดนี้ โดยมีหมุดหมายสำคัญคือการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ที่ใช้แบตเตอรี่ All-Solid-State ในเชิงพาณิชย์ภายในปี 2027-2028

สเปกสุดโหดวิ่งไกล 1,200 กม. ชาร์จไวเท่าเติมน้ำมัน

แบตเตอรี่ Solid-State ของ Toyota คือประสิทธิภาพที่เหนือกว่าแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนในปัจจุบันโดยมีการตั้งเป้าหมายการพัฒนาไว้ดังนี้:

  • เฟสแรก ตั้งเป้าระยะทางวิ่งสูงสุด 1,000 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง

  • เฟสถัดไป พัฒนาต่อเพื่อขยายระยะทางให้วิ่งได้ไกลถึง 1,200 กิโลเมตร

  • ความเร็วในการชาร์จ สามารถชาร์จพลังงานจาก 10% ถึง 80% ได้ภายในเวลาเพียง 10 นาที ซึ่งเป็นความเร็วที่ใกล้เคียงกับการแวะเติมน้ำมันในสถานีบริการทั่วไป

Toyota อาจประเดิมใช้ใน “รถยนต์ไฮบริด” ก่อนรถไฟฟ้า 100%

แม้ว่าเป้าหมายสูงสุดจะเป็นการใช้งานในรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) แต่มีกระแสข่าวระบุว่า รถยนต์รุ่นแรกของ Toyota ที่จะได้ประเดิมใช้เทคโนโลยี Solid-State Battery อาจจะเป็น รถยนต์ไฮบริด (HEV หรือ PHEV) ก่อน

แบตเตอรี่ของรถยนต์ไฮบริดมีขนาดที่เล็กกว่ารถไฟฟ้า 100% ส่งผลให้โตโยต้าสามารถควบคุมต้นทุนการผลิตได้ง่ายกว่าในช่วงแรกที่เทคโนโลยียังมีราคาสูง ทั้งยังเป็นแนวทางที่ปลอดภัยในการทดสอบประสิทธิภาพการใช้งานจริงบนท้องถนนอย่างครอบคลุม ก่อนจะขยายผลไปสู่รถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบในอนาคต

error: Content is protected !!