toyota

คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) อนุมัติส่งเสริมการลงทุนให้บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ขยายการลงทุนมูลค่า 1,490 ล้านบาท เพื่อผลิตรถกระบะไฟฟ้าพลังงานไฮโดรเจน หรือ Fuel Cell Electric Vehicle (FCEV) เป็นครั้งแรกของประเทศไทย ด้วยกำลังการผลิต 3,000 คันต่อปี โดยมีเป้าหมายส่งออกไปยังตลาดยุโรป ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ คาดว่าจะเริ่มการผลิตได้ในช่วงปลายปี 2570

โครงการดังกล่าวสะท้อนทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยไปสู่เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนพลังงานทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น นอกเหนือจากรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) ซึ่งกำลังได้รับความสนใจจากผู้ผลิตรถยนต์ทั่วโลก

โตโยต้าจะต่อยอดสายการผลิตรถกระบะ Hilux ที่โรงงานบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยปรับปรุงกระบวนการผลิตและเพิ่มสถานีงานสำหรับประกอบชิ้นส่วนสำคัญของระบบขับเคลื่อน FCEV ได้แก่ ถังเก็บไฮโดรเจน เซลล์เชื้อเพลิง แบตเตอรี่ มอเตอร์ไฟฟ้า และชุดควบคุมพลังงาน พร้อมติดตั้งสถานีเติมไฮโดรเจนภายในโรงงาน เพื่อรองรับการผลิตและทดสอบรถยนต์

โครงการนี้คาดว่าจะเริ่มสายการผลิตใหม่ในเดือนธันวาคม 2570 โดยในระยะแรกจะผลิตเพื่อส่งออกทั้งหมด เจาะตลาดยุโรป ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นตลาดเป้าหมายสำคัญของรถกระบะ Hilux รุ่นขับเคลื่อนด้วยเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญของการลงทุนครั้งนี้ คือการเชื่อมโยงผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของรถยนต์พลังงานทางเลือก โดยโตโยต้ามีแผนใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนภายในประเทศประมาณ 640 ล้านบาทต่อปี ครอบคลุมระบบปรับอากาศและระบายความร้อน เบาะนั่ง ล้อและยาง ชุดสายไฟ และชิ้นส่วนภายในรถยนต์

นอกจากนี้ ยังมีแผนถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ให้แก่ผู้ผลิตชิ้นส่วนไทย ทั้งด้านกระบวนการผลิต การควบคุมคุณภาพ ความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และการบริหารทรัพยากรบุคคล เพื่อยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการไทยให้สามารถรองรับเทคโนโลยี FCEV และเพิ่มโอกาสในการเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ระดับโลก

การอนุมัติลงทุนครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทของประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตและส่งออกรถกระบะ Hilux ที่สำคัญของโตโยต้าทั่วโลก โดยอาศัยความพร้อมของโรงงาน บุคลากรที่มีประสบการณ์ และเครือข่ายผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์ไปสู่เทคโนโลยีที่ปล่อยมลพิษจากท่อไอเสียเป็นศูนย์

สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าพลังงานเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน หรือ FCEV แตกต่างจากรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) ตรงที่ใช้ไฮโดรเจนทำปฏิกิริยาภายในเซลล์เชื้อเพลิงเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าสำหรับขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้า โดยมีน้ำเป็นผลผลิตหลักจากกระบวนการดังกล่าว และยังคงต้องใช้แบตเตอรี่เป็นส่วนหนึ่งของระบบพลังงานในรถยนต์

แนวทางนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ Multi-Pathway ของโตโยต้า ซึ่งมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีขับเคลื่อนหลายรูปแบบ ทั้งเครื่องยนต์สันดาปภายใน ไฮบริด ปลั๊กอินไฮบริด รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ และรถยนต์ไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน เพื่อให้เหมาะสมกับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและความต้องการของแต่ละตลาด

การลงทุน 1,490 ล้านบาทครั้งนี้จึงไม่ได้มีความหมายเพียงการเพิ่มรถยนต์รุ่นใหม่เข้าสู่สายการผลิตในไทย แต่ยังเป็นการต่อยอดฐานการผลิตรถกระบะเดิมไปสู่เทคโนโลยี FCEV พร้อมสร้างโอกาสให้บุคลากรและผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยมีส่วนร่วมในอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต โดยมีตลาดส่งออกเป็นเป้าหมายหลักตั้งแต่เริ่มต้นโครงการ